ชั่วขณะ...

posted on 29 Feb 2012 18:42 by napas-ubsorn in Misc

เมื่อ Whitney Houston เสียชีวิตไปในเดือนนี้ เพลงที่เธอร้องเพลงหนึ่งที่เราเอามาตั้งเป็นส่วนหนึ่งของ Blog ต้องเอามากล่าวถึงซักหน่อย พอดีกับที่มีคนเอาคำแปลความที่ดร.วรภัทร post ไว้ใน FB มาลงไว้ เลยไปคัดลอกมาไว้ที่นี่ด้วย

แปลเพลง One Moment in Time ของ Whitney Houston (ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ)

ผมไม่แปลตรงๆ เพราะ เพลงเป็นศิลปะ จึงแปลตรงๆได้ลำบาก แต่ ต้องใช้ใจที่ "สงบ" จะฟังเพลงได้ เพราะกว่าใช้ "หู" ฟังเพียงอย่างเดียว


เพลงนี้แฝงปรัชญาชีวิต เอาไว้ด้วย

(๑) คำว่า ช่วงเวลาหนึ่ง (Moment in time) "แว่บเดียวของเวลา" เราอาจจะนึกถึง ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่เกิน ๑๐ วินาทีในการแข่งวิ่ง ๑๐๐ เมตร แต่ หลังจากนั้น ช่วงเวลาอาจจะเป็นความระทมของผู้แพ้ไปอีก หลาย ๑๐ ปี แต่ สำหรับ คนที่แพ้เป็น อาจจะหมายถึง ช่วงเวลาที่ดีที่สุด การรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย การเชื่อว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ความยินดีในความสำเร็จของผู้อื่น คนที่เขาชนะเรา (เรียกว่า มุทิตา) กลับทำให้เราได้พบอิสระ (พ้นทุกข์) ได้ แต่ คนแพ้ไม่เป็น ก็ทุกข์ต่อไป เพลงนี้ เขาบอกเราว่า เราทุกคน คือ ผู้ชนะ ชนะใจตนเอง สามารถยินดีกับผู้ชนะได้ กีฬามีเพื่อทำให้ใจเราแกร่ง ไม่ใช่สะสมความแค้น

(๒) ช่วงเวลาหนึ่ง ในแง่ธรรมะ คือ นานๆเราจะได้ลงมาเกิดเป็นมนุษย์นะ เมื่อมาเกิดแล้ว จงฝึกสติ ฝึกอย่างดีที่สุด การมีศีล๕ ก็คือการฝึก ฝืน สร้างกำลังสติ เห็นความคิดจร (ความคิดที่ไม่ได้เชิญ กระสุนของสมิทธ ในเรื่อง matrix) เมื่อเราได้เกิดแล้ว จงหมั่นทำความดี ทำทาน รักษาศีล ภาวนา ฝึกสติให้มากๆ เพียงแค่ ๑ วันบนสวรรค์เท่ากับเราแค่ ๑ ปี เท่านั้นเอง มันเป็นเวลาที่สั้นมากๆ เทวดาไม่มีกาย เทวดาฝึกสติขั้นต้นไม่ได้ คือ กายในกายไม่ได้ เราโชคดีกว่าเทวดามาก

(๓) อย่าเสียดายเหงื่อที่จะทำความดี ที่จะฝึกฝน สมัยผมบวชเป็นพระ ผมเดินจงกรม นั่งสมาธิต่อเนื่อง ทั้งวันทุกวัน เพื่อกตัญญูต่อข้าว อาหาร ทีญาติโยม ถวายมาให้ ฝึกๆๆๆ ทุกก้าวที่เดิน จงรู้ๆๆๆ ให้กายรู้ๆๆ เท้ากระทบพื้น ให้เท้ารู้ (อย่าไปคิดแทนเท้า)

(๔) ผู้ชนะมีคนเดียว ผู้แพ้มีหลายคน แต่เราก็ทำดีที่สุด การแข่งกีฬา คือ การชำระกิเลส ไม่ต้องโกง ไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องอิจฉา จงรักคู่แข่ง มีน้ำใจนักกีฬา ยินดีที่เขาชนะ ใจแกร่งขึ้นเมื่อแพ้ เมือชนะก็ไม่ติดดี ไม่ข่ม ไม่เย่อหยิ่ง ขอบคุณคู่แข่ง ที่ทำให้เราได้เห็นตนเอง เห็นปิศาจที่ชวนเราให้อิจฉา ชวนเราให้แค้น ชวนเราให้อยากโกง ฯลฯ  ขอบคุณคู่แข่ง ที่ทำให้เราได้เห็น ความดี ด้วยเช่นกัน คือ รู้จักชื่นชม เดินเข้าไปจับมือ ส่งการ์ดแสดงความดีใจ มอบดอกไม้ให้ รู้จักให้อภัย ให้กำลังใจทุกคนนะ

(๕) ถ้านักกีฬาเก่งๆ หันมาขยันเดินจงกรม ให้ได้พอๆกับขยัน มุ่งมั่น เล่นกีฬาแล้ว พวกเขาคงพ้นทุกข์ได้นานแล้ว เรา คือ นักกีฬามืออาชีพ กีฬาสะสมสติ สะสมทาน ศีล ภาวนา เรามี เวลาแค่ Moment in Time นี้ จงฝึก เราทุกคนคือ ผู้ชนะ เราทำได้ เราคือผู้ที่ถูกเลือก (The One ในเรื่อง Matrix) เรื่องเลวร้าย ถาโถมเขามา ก็จงตั้งสติ อยู่กับปัจจุบัน มั่นใจในพระรัตนตรัย พระรัตนตรัยไม่ทอดทิ้งเราแน่นนอน

(๖) I will be free คำว่า free หรือ freedom นี้ จะโดน โดนใจคนมะกันมากๆ พวกเขารักอิสระ แต่ ในทางธรรม มันคือ จิตว่าง จิตอิสระจากกิเลส จิตโล่งโปร่งสบาย

(๗) เพลงเดียวกันนี้ คนหนึ่งเอาไปเป็นกำลังใจแข่งกีฬา แข่งทำงานก็ได้ แต่ ผมอยากให้เอาไปเป็นกำลังใจ ในการฝึกสติ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ทำใจให้ผ่องใส หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย ระวังความคิดอกุศล อย่าติดดี

(๘) เมื่อ ๗ ปีก่อน ( ปี ๔๘) วันที่ผม ต้องนอนโรงพยาบาล จากที่เคยวิ่งเล่นได้ มาเป็นคนพิการ นอนบนเตียง ขยับแขนขาไม่ได้ ผมก็ไม่ปล่อย "ช่วงเวลานั้น" หลุดลอยไป อยู่บนเตียง ก็ ดูลมหายใจได้นะ สร้างกำลังสติได้นะ อย่าท้อถอยนะ "พิการกาย แต่อย่าพิการใจ" สู้ๆๆๆ ตอนนี้ ผมโอเคแล้ว เดินได้แล้ว ทำงานได้แล้ว

(๙) เนื่องในโอกาส ๑๑ กพ ๕๕ วันหมดอายุขัย และเดินทางไปเรียนรู้ต่อนอกกาย ของ Whitney Houston ผมขออุทิศ กุศลอันเกิดจากการ นำเพลงของเธอ มาแปลสอนธรรมะนี้ จงส่งให้เธอได้เจอบัณฑิตผู้ชี้ทางนิพพาน และ มีพละ ๕ เข้าสู่นิพพานโดยเร็วพลัน

 

http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=28750&page=1

 

 

Each day I live I want to be A day to give
The best of me
I'm only one But not alone
My finest day Is yet unknown

I broke my heart Fought every gain
To taste the sweet
I face the pain
I rise and fall
Yet through it all
This much remains

I want one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams are a heartbeat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel
I will feel eternity

I've lived to be
The very best
I want it all
No time for less
I've laid the plans
Now lay the chance
Here in my hands

Give me one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams are a heartbeat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel
I will feel eternity

You're a winner for a lifetime
If you seize that one moment in time
Make it shine

Give me one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams are a heartbeat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will be
I will be
I will be free
I will be
I will be free

 

เมื่อก่อนฟังเพลงนี้ จะชอบวรรคท้ายมาก I will be free แม้จะไม่รู้ว่าอิสระจากอะไร เสียงที่ Whitney ร้อง ให้ความรู้สึกว่าเป็นความดิ้นรนที่จะ free ให้ได้ แค่ฟังแล้วคิดว่ามันน่าจะดี พอมาศึกษาชีวิต คำว่า I will be free นี่ทำให้ขนลุกได้เชียว Cool เพราะนึกถึงอิสระที่แท้จริง

ส่วนชื่อเพลง One Moment In Time บางทีก็นึกถึง moment สั้นๆ แต่ละขณะที่มีสติ ชั่วขณะที่ตื่นจากความหลง บางทีก็นึกไปถึง moment ในช่วงชีวิตนี้ มีโอกาสมาเรียนรู้กายและใจ เรียนรู้วิธีที่จะพ้นไปจากวงจรนี้ อาจจะมี moment ใหญ่สุดคือ สังสารวัฎนี้ ที่มองภาพไม่ออกเลยว่ามันยาวนานแค่ไหน

จะ moment แบบไหนก็ตาม มันไหลไปทุกวัน หวังแต่เพียงชีวิตในขณะไหนก็ตาม จะประมาทให้น้อยลงและใช้มันให้คุ้มค่ามากขึ้น เท่านั้นเอง

 

 

Comment

Comment:

Tweet