Q'2 2011

posted on 23 Jun 2011 19:30 by napas-ubsorn in Observe
อยากบันทึกสั้นๆว่า เรื่อยเปื่อยมากๆเลยในไตรมาสนี้ Tongue out  มีวินัยในการทำในรูปแบบ (คุณภาพต่ำ)แค่ช่วงเช้าก่อนไปทำงานประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ไม่ได้เศร้ามากมาย แค่รู้ตัวว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป มันจะถอยลงไปอีกเรื่อยๆ จะเลือกให้เป็นอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้
 
เดือนเมษา อ่านหนังสือของลุงหวีด แล้วก็มีกำลังใจ มันไม่ยากๆๆๆ ขอเพียงรู้สึกตัวให้บ่อยๆ ให้ถี่ขึ้นๆ ขอเพียงรู้สึกตัวให้ได้สัก 60-70% ของเวลาทั้งหมด ต้องได้ผลอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างล่ะ ฮึดอยู่ 2 สัปดาห์แล้วก็... Cool มันยากนะคะ จะไต่ไปแค่ 5% ยังยากเลยค่ะ
 
พอพฤษภาคม ก็ไปเป็นอาสาสมัครที่บ้านจิตสบาย ตอนแรกตั้งใจไปช่วยงานที่หลวงพ่อมาเทศน์ แต่ทำไปๆ ก็ชักจะติดใจ เลยวางตารางว่าจะไปสัก 2 ครั้งต่อเดือน งานที่ทำเป็นงานที่เคลื่อนไหวร่างกาย เราชอบแบบนั้น ชอบเหมือนกับตอนที่อยู่บุญญาวาสแล้วตื่นมาทำงานในโรงครัว สังเกตว่าวิธีนี้ถูกจริตมากกว่าอยู่นิ่งๆ เหมือนกับที่ชอบเดินมากกว่าชอบนั่ง
 
แต่นอกจากกายเคลื่อนไหวแล้วรู้สึกตัว การทำงานกับผู้คนที่หลากหลายก็ได้เห็นอารมณ์เปลี่ยนแปลงด้วยเหมือนกัน เหมือนกับที่โรงครัวนั่นล่ะ งานบางอย่างมันลดตัวตนได้ดี ทั้งงานที่ต้องบริการคนอื่นหรือการปัดกวาดเช็ดถูตอนเลิกงานแล้ว  สรุปว่าต้องขอบคุณบ้านจิตสบายที่สร้างโอกาสให้เราได้ทำงานและฝึกฝนตัวเองทั้งกายและใจ หนำซ้ำยังมีโอกาสดีที่ได้ฟังธรรมจากครูบาอาจารย์หลายท่าน เมื่อก่อนจะยึดกับครูบาอาจารย์บางท่าน ชอบแนวนี้ จะฟังจะอ่านแต่แนวนี้ พอมีโอกาสได้ฟังท่านอื่นๆ ก็ได้ข้อคิดมาปรับใช้ได้แตกต่างกันไป
 
ส่วนการที่ไตรมาสนี้ดูจะเรื่อยเฉื่อยกับการภาวนาไป อาจเป็นเพราะสภาพร่างกายที่คล้ายถูกกดดันจากทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย นึกถึงที่หลวงพ่อยกตัวอย่างมาว่า เราไม่ได้ขับไปชนใคร แต่เขาขับมาชนเรา ปัญหามันมีก็ต้องแก้ไป ปรับตัวไปตามสภาพเท่าที่จะทำได้ แรกๆก็ดิ้นรนมากมาย จะต้องกลับไปเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น แต่พอทุกข์มากๆ มันบังคับคนอื่นให้ทำดั่งใจเราไม่ได้ ก็ต้องปรับใจเราเอง พอปรับใจได้แล้วก็ปรับสภาพแวดล้อมให้ร่างกายทนอยู่กับสภาพที่กดดันเท่าที่จะทำได้ ใจมันเลยดิ้นน้อยลง แต่ไม่มีแรงที่จะกระตุ้นตัวเองให้เข้มแข็งเรื่องภาวนาเท่าไหร่นัก
 
เดือนที่สาม มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจ ถึงตอนนี้ก็ยังคาราคาซัง ยังทำอะไรไม่ได้ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว แต่พอถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ มันคงเป็นการเปลี่ยนทางเดินอีกทางหนึ่ง ผลจากการวนเวียนคิดเรื่องนี้ ก็คือ....ฟุ้งซ่าน Foot in mouth ฟุ้งไปนาน กว่าจะคิดตกว่า ทางไหนก็ได้ทั้งนั้น จะยืนที่เดิม จะก้าวไปทางไหน ตราบใดที่ยังมั่นคงกับเป้าหมายของชีวิต เรื่องจรทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาไม่ได้มีผลกับเป้าหมายเลย
 
บางครั้ง อาจจะเป็นการพิจารณาว่า เราคิดแบบนี้เพราะอะไร คิดแบบนั้นเพราะอะไร เรายึดอะไรอยู่ การคิดแต่ละแบบล้วนแต่เป็นการยึดอะไรบางอย่างทั้งนั้น คนอย่างชั้นต้อง..... เห็นความคิดแบบนี้บ่อยๆ ใจมันก็ค่อยๆถอย ยึดแล้วก็ปล่อย ถ้าไม่ปล่อยก็ทุกข์ต่อไป เป็นอย่างนี้ สลับกันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวยึดใหม่ ทุกข์ใหม่ เมื่อปล่อยแล้ว คนอย่างชั้น...จะไม่ดีก็ได้ จะไม่เก่งก็ได้ ถอยแล้ว ทั้งความฟุ้ง ทั้งแรงยึดก็น้อยลงพร้อมกับใจที่สบายขึ้น 
 
บางที ใจมันอาจหนีทุกข์ไปหาความสุขจนไม่ยอมรู้สึกตัวก็ได้ล่ะมั้ง Laughing
    
 
ปล. แม้ว่าจะดูอ่อนแรงไปมาก แต่ไตรมาสนี้ ทำให้เพื่อนสองสามคนมีแรงขึ้นมาได้ คนเหล่านี้มีปัญหาหนักจากเรื่องงาน คุยไปเรื่อยๆ ให้กำลังใจไปเรื่อยๆ ทำให้คนมีแรงกลับไปทำงานได้นี่ ถือว่ายังได้ทำประโยชน์อยู่บ้างล่ะนะ  Cool
 
 
 
 

edit @ 23 Jun 2011 20:25:29 by + บุหงาส่าหรี +

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะพี่อ้นbig smile
ช่วงนี้เขาหยุดยาวกัน แต่แก้วทำงานเกือบทุกวันเลยค่ะ

#4 By kaew on 2011-07-14 16:25

เดี๋ยวนี้ นานๆเข้ามาที มัวแต่ไปติด FB

ไม่รู้จะนัดกับแก้วยังไง เพราะไม่เห็นจะว่าง แต่คาดว่าแก้วมีคนขับรถให้แล้ว จะไปไหนก็ไปได้ ถ้าวันไหนอยากไปกับพี่ ก็โทรมานะจ๊ะ

คุณ TaamTaang ถ้าวันอา.ไหนว่าง แวะไปบ้านจิตสบายได้นะคะ บรรยากาศดี ห้องสมุดน่านั่งมากๆค่ะ มีนิทรรศการ ลพ.เทียนด้วย ปลายเดือนสิงหา ลพ.ปราโมทย์มาเทศน์ที่นี่ค่ะ
อนุโมทนาครับ
_/\_

#2 By TaamtaangTaamtai on 2011-07-08 07:23

อนุโมทนาด้วยค่ะพี่อ้น ดีจังค่ะไปเป็นอาสาสมัคร big smile
กลับมาจากเรียนก็ยุ่งมากมาย
แต่ละอาทิตย์เหลือวันหยุดแค่ 1วันเพื่อลงมานอนหลังจากลงเวรดึก รู้สึกชีวิตเหนื่อยๆๆๆและก็เนือยยย sad smile
พออ่านมาถึงตรงที่พี่อ้นบอกว่าคงถอยไปเรื่อยๆ
กลับมามองดูตัวเองแล้วนอกจากไม่ก้าวหน้าแล้วยังตกข้างทางอยู่บ่อยครั้ง
รู้สึกดีอยู่นิดนึงตรงที่เวลาที่หลงโลกไปไกลๆ
เหมือนคล้ายได้ยินเสียงเตือนจากส่วนลึกที่ดังมาจากใจว่า
รู้สึกตัวไว้ รู้สึกตัวไว้
หลงทางโลกมากมาย(สงสัยยังทุกข์ไม่พอ)
เคยดูใน fb ของน้องมะยมเกี่ยวกับบ้านจิตสบาย
ถ้าวันไหนหยุดว่าจะไป คงได้เจอกันนะคะ big smile

#1 By kaew on 2011-07-07 23:11