เพราะ..ไม่รู้

posted on 21 Jan 2011 20:15 by napas-ubsorn in Misc

ลพ.ปราโมทย์ท่านเล่าเรื่องที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ไปร้องไห้ต่อหน้าลป.เทสก์ แล้วถามว่าทำไมชีวิตเขาต้องเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องเกิดมาทุกข์อย่างนี้ ลป.ท่านตอบว่า “เพราะไม่รู้” ผู้หญิงคนนั้นถามอีกหลายครั้ง ลป.ก็ตอบแบบเดิม จนเธอถามว่า ถ้าลป.ไม่รู้แล้วใครจะรู้? เหมือนพูดกันคนละภาษา ทั้งๆที่ก็เป็นภาษาไทยนี่ล่ะ

 

เพื่อนที่คบมานานคนหนึ่งโทรมาถามว่าจะพาลูกไปวัดไหนดี ลูกสมาธิสั้น อยากพาลูกไปฝึกจะได้มีสมาธิ เราบอกว่า ไม่รู้สิ เราเองก็นั่งสมาธิให้นิ่งๆนานๆไม่ได้เหมือนกัน คือ เขาเข้าใจว่าคนสนใจธรรมะ คงจะต้องนั่งสมาธิเป็นหลัก เหมือนกับที่เพื่อนหลายๆคนเข้าใจ พอพูดถึงการเจริญสติ เขากลับไม่เข้าใจ ใครๆในโลกคงมั่นใจว่าตัวเองสติดีกันทั้งนั้น ไม่มีสติคงเป็นคนบ้าไปแล้ว

 

สำหรับรายนี้ เคยส่ง link blog ธรรมะไปให้ก็ไม่สนใจอ่าน จะส่ง file เสียงไปเลย ก็ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจหรือเปล่า กำลังคิดหาวิธีว่าทางไหนดีที่เขาจะรับและไม่ต่อต้าน รู้สึกว่าบางที เราก็คุยกันคนละภาษา ทั้งๆที่พูดภาษาไทยเหมือนกันนี่ล่ะ

 

แปลกแฮะ พอฝึกเจริญสติไปเรื่อยๆ ไม่ฟุ้งธรรมะเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่ได้ดิ้นรนต้องชักนำใครมาเดินบนเส้นทางนี้กับเรา เห็นแววไปด้วยกันได้ก็ไป ไม่เห็นวี่แววก็เฉยๆซะงั้น เป็นพวกเห็นแก่ตัว ขอเอาตัวเองให้รอดก่อน

 

ในวงอาหารวันนี้ เราคุยกันเรื่องข่าวทั่วไป ผู้หญิงมาเลย์ถูกแม่บังคับให้ร่วมเพศกับพี่ชายของเธอ และกับเจ้าหนี้เงินกู้ พี่สาวและน้องสาวของเธอก็โดนแบบนี้เช่นกัน ขายลูกสาวแลกเงิน เธอผันตัวเองไปเป็นโสเภณีมาหลายปีแล้ว จมอยู่กับความทุกข์ที่แม่ทำกับเธอและเธอทำกับตัวเอง อะไรนะที่ทำให้คนคนหนึ่งเกิดมาในสภาพแบบนี้ และเลือกที่จะเดินทางนี้

 

คุยกับน้องผู้ชายคนเดิม คนที่ยังนิยมมองผู้หญิงสวย คนที่ยังมองเห็นว่าเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องจำเป็นของชีวิตและคนที่มองว่า ผู้ชายจะมีใครกี่คนก็ได้แต่ผู้หญิงควรมีคนเดียว พอดีในวงอาหาร เพื่อนคนหนึ่งพูดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งสนใจปฏิบัติธรรมว่า เขาคนนั้นมีอะไรๆกับลูกน้องผู้หญิง เขาถามว่าเรารู้มั้ย เราบอกว่าเราไม่รู้เรื่องนี้หรอก รู้เท่าที่เขาบอกเราว่า เขาเลวมามาก ทั้งเหล้าทั้งผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตเขาแย่ แต่ไม่คิดว่าแย่จนนำไปสู่การผิดศีล น้องชายคนนั้นบอกว่า ไม่แปลกที่ผู้ชายจะมีอะไรกับใคร แต่ผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว ควรจะระวังตัวเอง งานนี้ต้องโทษผู้หญิงนั่นล่ะ เพราะเขามองว่าผู้ชายกับเรื่องบันเทิงเริงใจเหล่านี้ มันเป็นของจำเป็น ถ้าเขาเป็นสามีของผู้หญิงคนนั้น ก็ต้องเลิกอย่างเดียว แต่ขณะเดียวกัน ภรรยาของผู้ชายคนนั้น ไม่จำเป็นต้องเลิก ก็อย่างที่บอกไปว่า มันเป็นธรรมดาของผู้ชาย เพื่อนเลยหันมาบอกว่า ด่ามันหน่อยสิ ช่างไม่สำนึกเลยว่าอะไรดี อะไรไม่ดี เราบอกว่า เราสงสาร

 

ในห้วงยามที่เราไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ในช่วงที่เราหลงตามไปกับกระแสกิเลส มันช่างยากที่ใครคนหนึ่งจะทวนกระแสมันขึ้นมา แม้ตัวเราเองก็ยังตกอยู่ในกระแสของกิเลสได้ทั้งวันเหมือนกัน เพียงแต่ยังพอจะมีห้ามล้อไว้บ้างที่ไม่ทำเรื่องต้องห้ามทั้งหลาย เราถึงเริ่มเข้าใจว่า มันยาก..ที่ใครคนหนึ่งจะพาตัวเองออกมาจากวงเวียนนี้ได้ ถ้ายังไม่หลุดไปจากวงโคจร สักวันหนึ่ง เราอาจจะคิดเหมือนเขา ทำเหมือนเขาก็ได้ สงสารทั้งเขาและสงสารตัวเองไปพร้อมๆกัน

 

คุณหมออมราบอกว่า หลวงตาท่านพูดว่า อวิชชาเป็นความผ่องใสอย่างยิ่ง เพราะความไม่รู้ของเรานั่นเองที่ทำให้เราเห็นว่าเรื่องน่าดึงดูดใจทั้งหลายเป็นความสุข น่ายึด น่าจับเอาไว้ ความไม่รู้ทำให้ยังต้องเกิดมาพบกับความทุกข์ ความไม่พอใจ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความประสบกับสิ่งที่ไม่รัก ไม่มีที่สิ้นสุด

 

ถ้ายังไม่ยอมก้าวเดินให้หลุดพ้นจากวังวนตรงนี้ ก็ต้องจมอยู่กับความไม่รู้...อีกนานแสนนาน

 

Comment

Comment:

Tweet

เพราะ...ไม่รู้ จึงเกิดมา

big smile Hot!

#2 By ตีรณา on 2011-02-22 09:23

เพราะ ... ไม่รู้

#1 By สาวิกา (124.120.99.44) on 2011-01-23 17:49