Q'4 2010

posted on 31 Dec 2010 20:46 by napas-ubsorn in Observe

ประเมินผลงานการภาวนาไตรมาสที่สี่ ดีขึ้น

ประเมินผลงานการภาวนาปีนี้กับปีที่แล้วก็ดีขึ้น

อาจจะไม่ได้ดีในอัตราที่เราอยากได้ อยากดี แต่ก็ดีเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา

ไตรมาสนี้ ต้นเดือนตุลาไปอุดร ติดสอยห้อยตามสหายทางธรรมไปกราบครูบาอาจารย์ ส่วนใหญ่เราไม่รู้จักหรอก ก็ตามๆเขาไป ระหว่างทางเพื่อนร่วมทางก็เล่าประวัติของครูบาอาจารย์บางท่าน และระหว่างทางก็มีการสนทนาธรรมกันเรื่องการเจริญสติ เป็นรายการเดินทางที่คุ้มค่ารายการหนึ่ง

แล้วคล้ายว่าจะมีเฉื่อยๆไป เพราะอยากดีแต่มันไม่ดีได้ดั่งใจ มีทุกข์จากความอยากทางโลกมาประกอบอีก พอทุกข์มากๆก็หันกลับมาถามตัวเองว่า เราต้องการอะไรกันแน่ในชีวิตนี้ อันนี้ช่วยได้ชั่วคราว ผ่านไปอีกระยะก็ยังอยากแบบเดิม เพราะยังไม่สมอยาก จะให้เลิกคิดเห็นทีจะไม่ได้ คราวนี้ดูไปเฉยๆ เห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นค่อยๆจางลง แล้วใจก็กลับมาเป็นปกติ ไม่ใช่เกิดดับอย่างที่เคยฟังใครๆส่งการบ้าน แต่ตอนนั้นนึกถึงพี่ตุลย์ ยอมรับตามจริง จิตแต่ละขณะไม่เหมือนกัน เห็นระดับของความหนักในใจที่มันหนักแล้วมันก็ค่อยๆจาง แค่นี้ก็พอแล้ว หลังจากที่ได้เห็นการค่อยๆถอนของใจจนไม่จมอยู่กับอารมณ์ ก็คล้ายว่าจะเห็นเวทนาทางใจเกิดขึ้นแล้วหายไปเร็วขึ้น แต่ยังไม่บ่อย และบางครั้งก็คิด พากษ์ หลังจากที่เกิดไปแล้ว

 

เดือนธันวา ขยันขึ้นอย่างสม่ำเสมอ กำหนดเวลาทำในรูปแบบที่เคร่งครัด

 

โดยรวม ปีนี้ทำทานหลายรูปแบบ ทั้งการบริจาคทั่วไป ไปถวายสังฆทานแบบไม่ต้องเตรียมการล่วงหน้า การไปไถ่ชีวิตโคที่เทศบาลเมืองปทุมธานี ไปช่วยน้องทำโรงทานและหอบอาหารไปทำไปเลี้ยงเณรร้อยกว่ารูป ความยินดีในทานที่ทำเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงใจได้เป็นระยะ

เรื่องศีล วาจาคงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระมัดระวังทั้งการพูดและการเขียน ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วนิดหน่อย คงเพราะปีที่แล้วเริ่มมาดีในแง่การควบคุมคำพูด

ยังคงต้องทำอย่างสม่ำเสมอต่อไป มีเพื่อนบางคนที่มาเล่าสู่กันฟังเมื่อหลายเดือนก่อนว่าเธอไปเข้าคอร์สที่วัดและทำสมาธิได้นิ่งไวมาก เข้าใจว่าจิตรวมไว ทำได้อย่างนั้นอยู่หลายวัน แม้กลับมาบ้านก็ยังทำต่อ ตอนนั้นฟังแล้วก็...อิจฉานิดๆ คนฟุ้งซ่านอย่างเราอิจฉาคนที่นิ่งได้ไว้เสมอล่ะ พอเดือนสุดท้ายของปีมาคุยกัน เธอบอกว่า เธอเลิกไปแล้ว ทำอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วมีเรื่องงาน มีเรื่องการเดินทางไปที่ต่างๆ ทำให้ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องนี้ต่อ อีกคนก็เป็นทำนองเดียวกัน คือ กำหนดเวลาทำในรูปแบบอยู่ระยะหนึ่ง แล้วก็เลิกไป คิดว่าดูในชีวิตประจำวันแทนดีกว่า

แต่ก็มีอีกหลายคนที่กระตุ้นเตือนเราได้ดี หนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนที่ทำงานที่อยู่กันคนละจังหวัด ปีหนึ่งจะได้เจอกันสัก 2-3 ครั้ง ก่อนจะผ่านเส้นเวลาปีเก่า เขามาเล่าเรื่องการภาวนาให้ฟัง แล้วบอกว่า ชีวิตเราเหลือน้อยลงทุกทีนะ อย่าประมาท ขอบคุณที่มีคนแบบนี้ให้ได้พบเจอ เขาบอกว่าเรื่องทำในรูปแบบสำหรับเขาสำคัญมาก จะให้ติดขัดอะไร เขาต้องหาทางแบ่งเวลามาทำตรงนี้ทุกวัน เราบอกว่าเราเห็นด้วยว่าวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

การที่ลพ.ไม่ได้ไปศาลาลุงชิน ทำให้ได้ไปสวนฯ บ่อยกว่าเดิม ไปรู้จักผู้คนอีกหลายคน ก็กลับเป็นเรื่องดีสำหรับเรา ได้ฟังธรรมบ่อยกว่าเดิม ได้รับสาห์นทางธรรมจากหลายคนเป็นระยะ ทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนมีส่วนช่วยให้เราไม่ตกทางไปไกล

ขอบคุณที่มีสหายทางธรรมเดินไปด้วยกันบนเส้นทางสายนี้ จริงๆนะ แม้ทุกคนต้องเดินด้วยตัวเอง แต่การมีเพื่อนร่วมทาง แบ่งปันประสบการณ์และชักจูงไปทำกิจกรรมเสริมในระหว่างทาง ก็ช่วยให้การเดินทางไกลไม่เงียบเหงาจนเกินไป เราว่าเรารู้สึกทำนองนี้ล่ะในปีที่ผ่านมา  Cool

 

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่อ้น big smile
อนุโมทนาด้วยนะคะ
น้องสาวรู้สึกว่าตัวเองสู้กิเลสทางโลกไม่ค่อยไหว
ล่วงหล่นไปข้างทางก็หลายรอบ
ยังดีที่พอจะตะเกียกตะกายขึ้นมาได้บ้าง
ในบางครั้งที่รู้สึกตัว
แต่ก็ยังอยู่ได้แค่ไหล่ๆ ทางเองค่ะ sad smile

#1 By kaew on 2011-01-04 23:23