ตัวหนังสือคุยกัน

posted on 12 Aug 2009 19:38 by napas-ubsorn  in Misc

เสาร์ที่ผ่านมา กลับไปค้นหนังสือเก่าๆเพื่อเอาไปให้เพื่อนที่ทำงานอ่าน เรามักจะหยิบยื่นหนังสือดีดีที่อ่านแล้วคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะชอบให้แก่กัน เคยคุยถึงหนังสือของประภาส ชลศรานนท์ แล้วเพื่อนกับน้องอีกคนไม่เคยอ่าน เลยไปค้นมาให้ซะ

 

ไม่ต้องค้นนานเพราะจัดเรียงไว้ตามชื่อคนเขียนอยู่แล้ว แต่พบว่ามีหนังสือของประภาสอยู่สามเล่ม คิดอยู่นานว่าหายไปไหนหมด อาจอยู่อีกบ้านหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ มีเล่มหนึ่งที่ทำเก๋ ส่งไปรษณีย์ไปให้เพื่อนที่ทำงานที่ภูเก็ต แลกกับหนังสือของดี้ (นิติพงษ์ ห่อนาค) ที่เขาส่งมาให้เราอ่าน อีกเล่ม ใจดีจัด ซื้อไปอ่านยามอยู่ที่แดนไกล แล้วยัดเยียดให้คนไทยที่โน่นเอาไปอ่าน เพราะเห็นว่าหนังสือมันดี เข้าใจว่าอีกบางเล่ม คงไปอยู่บ้านเพื่อนในกลุ่มนั่นล่ะ มีอยู่คนหนึ่งที่ยืมอะไรไปแล้วมักจะหายสาบสูญ ก็เลยต้องทำใจ 

 

พอมองกลับมาที่ชั้นหนังสือ แล้วเลยเสียดาย ตอนให้น่ะไม่เสียดาย แต่พอนานๆกลับมาอ่านที ก็นึกอยากจะเก็บไว้ให้ครบ ประภาสนี่เป็น Idol ของเราเลยก็ว่าได้ มุมมองของเขาที่มีต่อโลกและสังคม วิธีคิดและตัวหนังสือที่เขาถ่ายทอดออกมาทางหนังสือหรือบทเพลง เราว่าเป็นงานวรรณศิลป์ชั้นเยี่ยมเชียวล่ะ ใครนะ เคยเขียนว่า งานของประภาส น่าจะเอาไปเป็นหนังสือนอกเวลาหรือบรรจุเป็นหลักสูตรภาคบังคับของเด็กวัยรุ่น (แอบเห็นด้วยนะ )

 

มีอยู่หลายเล่มที่เป็นการรวบรวมสิ่งที่เขาตอบคำถามคนอ่าน จากคอลัมภ์ “คุยกับประภาส” ในหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันอาทิตย์ แต่หลายปีมาแล้วที่คอลัมภ์นี้หายไป เชื่อว่า ผู้อ่านหลายคนยังรอคอยการกลับมาเขียนหนังสือของเขาอยู่ จะทางไหนก็ตาม (รวมทั้งเราด้วย)

 

เอาไปวางที่โต๊ะเพื่อนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของตึก เธอโทรมาก่อนเวลาเข้างาน บอกชอบมาก เราเลยงง ถามว่าอ่านแล้วเหรอ เธอบอกว่าอ่านแค่คำนำของหนังสือ “เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย” แค่นั้นก็รู้แล้วว่า คนคนนี้เขียนหนังสือน่าอ่าน

  

รุ่นน้องที่ทำงานอีกคนเอาอีกเล่มไปอ่าน แล้วแวะมาคุยที่ห้องเราในเช้าวันถัดไป บอกว่าชอบงานเขียนของประภาส เขาบอกว่าอ่านไปได้ครึ่งเล่มและรู้สึกว่าคนคนนี้รู้อะไรหลายเรื่อง การตอบคำถาม การอธิบายผ่านตัวหนังสือของเขา มันเข้าถึงจิตถึงใจคนอ่านจริงๆ “ผมว่าเขาน่ะ พหูสูตรเลยล่ะ ทำไม ผมถึงไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ผมว่า ผมพอจะรู้จักสมาชิกวงเฉลียงทุกคนนะ” เอ..มีคนเคยบอกว่า คนที่รู้จักเฉลียงจริงจัง น่าจะมีวัย 30 ขึ้นไป น้องคนนี้เพิ่งอายุ 25 น่ะ  คนที่รู้จักวงเฉลียงดี จะไม่รู้จักพี่จิกได้ยังไง ก็เลยบอกว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานเพลงทั้งหลายของเฉลียง  

  

ถึงวันนี้ บางวันกลุ้มใจมากๆ เพลง “รู้สึกสบายดี” ก็ลอยเข้ามาลดอารมณ์เครียดลงไปได้บ้างในบางที ยังไม่นับอีกหลายๆเพลงที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็น “เที่ยวละไม” “พี่ชายที่แสนดี” หรือ “เพราะอะไร” มีหนังสือเล่มหนึ่งที่รวบรวมบทเพลงและที่มาของเพลงแต่ละเพลงไว้ด้วย ที่มาที่ชอบมากเพลงหนึ่งคือ “ดอกมะลิ” พี่จิกแต่งให้กับภรรยาผู้ที่นำดอกมะลิมาร้อยเป็นพวงมาลัยมอบให้เขาทุกวันเกิด อ่านแล้วซึ้งจัง   

 

 

เลยส่ง link website ของประภาส (http://www.prapas.com) ไปให้น้องเขาอ่านเพิ่มเติม มีบทสัมภาษณ์ที่รวบรวมไว้ตั้งแต่เขายังเป็นนักศึกษาจนมาถึงปัจจุบัน ช่วงหลังมีพูดถึงสิ่งแวดล้อมด้วย บ้านของเขาดูคล้ายป่าจนนึกอยากปลูกต้นไม้ให้ได้แบบนั้นบ้าง อ่านๆแล้วก็นึกฝันว่า หากจะมีใครหรือกลุ่มคนที่ตั้งใจจะสร้าง Green Party เพื่อผลักดันนโยบายสีเขียวใบไม้ให้กับบ้านเราอย่างจริงจัง อย่าลืมคิดถึงผู้ชายที่ชื่อประภาสด้วยนะคะ (แต่พี่จิกจะช่วยหรือเปล่า อย่าลืมพิจารณาตัวเองก่อนไปเชิญแล้วกันค่ะ )  

 

 

edit @ 12 Aug 2009 19:47:20 by + บุหงาส่าหรี +

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

confused smile

#1 By mini-teddy on 2009-08-12 19:55

เพลง เที่ยวละไม นี่เคยฟังค่ะ จำได้ค่าเรากำลังละอ่อน

อยู่เลย

ชอบอ่านหนังสือค่ะ บางครั้งอ่าน ก็ลืมดูชื่อผู้แต่ง หรือดูแล้วก็จำไม่ได้

เด๋ยวจะลองไปดูดิหนังสือที่เราอ่านไปเนี่ย มีชือ "ประภาส" หรือเปล่า

big smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#2 By ไผ่ลู่ลม on 2009-08-12 20:55